วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การก่อการร้ายเกิดจากการสนับสนุนของสื่อมวลชน

ขณะเขียนเรื่องนี้ สถานการณ์การก่อการร้ายในประเทศยังไม่สงบ. แม้จะมีผู้ก่อการร้ายทยอยเข้ามอบตัวแล้ว แต่ผลของการปลุกระดมก็ยังคุกรุ่นอยู่. ผมคาดเดาว่า กลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ยังสร้างความปั่นป่วนอยู่ในเวลานี้ อาจจะมี
ก. กลุ่มผู้ถูกปลุกปั่นด้วยการโฆษณาชวนเชื่อและปลุกระดมตลอดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว
ข. กลุ่มสื่อมวลชนที่คิดว่าจะต้องเป็นกลางระหว่างผู้ก่อการร้ายกับรัฐบาล และพยายามโฆษณาสื่อข่าวให้คนเห็นใจผู้ก่อการร้ายที่วางเพลิงและทำให้ผู้บริสุทธิ์หลายแสนหลายล้านคนต้องเสียหาย
ค. กลุ่มอันธพาลที่ฉกฉวยโอกาสก่อวินาศกรรมเพื่อโจรกรรมสิ่งของมีค่า.
ง. กลุ่มวัยรุ่นที่ไม่มีงานทำ และ ไม่พอใจทางการที่เข้มงวดในการแข่งรถจักรยานยนต์.
จ. กลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างและรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ตกเป็นทาสโฆษณาชวนเชื่อ และ คำปลุกปั่นจากนักการเมืองเลว ๆ หรือ เป็นผู้โกรธเกลียดตำรวจจราจร.
ฉ. นักการเมืองเลว ๆ ที่แอบอ้างตัวเองว่าเป็นผู้มีเกียรติ
ช. นักรบเลว ๆ ที่เป็นพรรคพวกของผู้เสียผลประโยชน์ในด้านต่าง ๆ
ซ. ทหารรับจ้างต่างชาติ ที่แทรกซึมอยู่ในกรุงเทพในปัจจุบัน.

ผมเคยพูดในที่สาธารณะมาหลายหนแล้วว่า สื่อมวลชนคือผู้ที่มีปัญหาในการสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในสังคมไทยมากที่สุด ด้วยการคิดว่าตนเองต้องเป็นกลาง และ ด้วยการ "คิดเอาเอง" ว่าความถูกต้องคืออะไร. บางทีตอนนี้ผมอาจจะคิดใหม่แล้วว่า สื่อมวลชนนี่แหละอาจจะเป็นผู้ก่อการร้ายที่แท้จริงของสังคมไทย. ถ้าสื่อมวลชนไม่ให้ท้ายด้วยการเขียนข่าวยกย่องผู้ก่อการร้ายมาตลอดเวลาแล้ว เรื่องราวก็คงไม่บานปลายขนาดนี้. ผมเสนอให้ฉีกทฤษฏีบทผิด ๆ ที่อ้างว่าจะต้องเป็นกลางออกได้แล้ว. สื่อมวลชนจะต้องเลือกข้าง ระหว่าง ธรรมะ กับ อธรรม ให้ได้เสียที. ถ้าทำเช่นนี้ได้ เมืองไทยก็จะเจริญมากยิ่งกว่านี้.

ครรชิต

1 ความคิดเห็น:

  1. เห็นด้วยครับ แต่ขอเพิ่มว่า รายงานข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง แต่เสนอความเห็นที่เป็นธรรม วิเคราะห์ว่าความจริงที่เกิดขึ้นนั้นถูกกฎหมายหรือไม่ ถูกทำนองคลองธรรมหรือไม่ เป็นประโยชน์หรือไม่ ไม่ใช่เป็นกลางระหว่าง ดีกับชั่ว ถูกกับผิด สร้างสรรค์กับทำลายล้าง สื่อมวลชนมีหน้าที่บอกว่าอะไรดี ถูก และสร้างสรรค์ และต้องห้ามการกระทำที่ชั่ว ผิด และทำลายล้าง รวมทั้งโน้มน้าวให้คนหันมาในทางที่ถูก ละทางที่ผิด จะให้อยู่กลางๆ นั้นเป็นไปไม่ได้

    ตอบกลับลบ